ปั่นจักรยานเที่ยวผาตรอมใจ เขาเขียว เขาใหญ่

เขาเขียว ผาตรอมใจ

วันนี้ วันปิยมหาราช (23 ตุลาคม 2566) กับทริปปั่นจักรยานเขาใหญ่ หลังจากที่ไม่ได้ปั่นมาที่นี่นานมากๆ 555 ประมาณ 2 ปีนะ แต่ก็คิดถึงเขาใหญ่แล้ว

นัดกันขึ้นรถตู้ ออกกจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (https://maps.app.goo.gl/xtDorhRjn8y6YnkC8) ตี 5 แล้วขับไปปราจีน แวะกินข้าวต้มเลือดหมูก่อน

นั่งรถถึงเนินหอมคาเฟ่ ปราจีน (https://maps.app.goo.gl/51JUtScnSnN7GGHs8) ประมาณ 7 โมงเช้านิดๆ

จากนั้นก็ออกปั่นไปทางอุทยานเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกเหวนรก แล้วลงเนินตัว U

จากนั้นเลี้ยวขวาไปขึ้นเขาเขียว ไปผาตรอมใจ (https://maps.app.goo.gl/X4GHzT7WXETrAVxJ7)

วันนี้พาเพื่อนๆ ที่ไม่เคยขึ้นมาก่อนมาลอง ก่อนที่พวกเราจะออกทริปเชียงคาน-เขาค้อ อาทิตย์หน้า

ขึ้นผาตรอมใจแล้ว อย่าลืมกินข้าวไข่เจียวในตำนานนะครับ ปั่นขึ้นมาแบบหิว อร่อยขึ้นเยอะ เมนูหลักสิบ วิวหลักล้านจริงๆ

จากนั้นก็ปั่นย้อนกลับ เจอฝนตกช่วงหนึ่งนะ แต่ไม่หนักเท่าไร แล้วก็แวะน้ำตกเหวนรก (https://maps.app.goo.gl/hJLiWL42u2MxK84x9) แต่ไม่ได้ว่ายหรือเล่นน้ำ เพราะต้องเดินอีก 1 กม เลยคิดว่าไม่ดีกว่า

แล้วก็ปั่นกลับมาที่เนินหอมคาเฟ่ที่จุดเริ่มต้น ก่อนจะแวะทานไรหน่อยแล้วกลับบ้าน วันนี้ปั่นสนุกมากๆ ทุกคนเฮฮากันดี

ปั่นจักรยาน Gravel ปั่นไป แบกไป เข็นไป ลุยโคลน | Shimano MTB Experience 2023

เช้านี้ (17 กันยานยน 2566) กับงานปั่นจักรยานกราเวลบ้าบอ 🙂 Shimano MTB Experience จัดโดยฮะฮง ที่ลพบุรี สรุปสั้นว่างานนี้ ปั่น แบก(ยาน) แคะ(ดิน)

ก่อนงานปั่น คิดว่าจะเบี้ยวแล้ว เพราะเจ็บ Lower back มา 3-4 วันแล้วยังไม่หายดี แล้วจะแบกจักรบานไหวมั้ยเนี่ย 🙂 ก่อนแข่งตอนเช้าก็ทานยาคลายกล้ามเนื้อไปกำมือหนึ่ง 🙁

คืนก่อนวันงาน ฝนตกตลอด คิดในใจว่างานนี้เจอดินโคลนแน่ๆ แต่คิดว่าน่าจะไม่เยอะ

แต่ที่ไหนได้ ปั่นออกจากวัดเขาวงพระจันทร์ ( https://maps.app.goo.gl/WNxG7rNMknNTmh476 ) 7 โมงเช้าไปไม่ถึงกิโล ก็เจอเส้นทางดินโคลน ยาวหลายกิโลเลย ปั่นไปก็แคะดินไป แบกยานเดินไป แทบไม่ได้ปั่นเลย

แบกไป 10 โล ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทาง ไม่ไปตามผู้จัดแล้ว เพราะมีคนบอกว่าข้างหน้าก็มีแค่โคลนอีก กว่าจะหาทางออกได้ ก็หลงไปหลงมาพอควร จนออกถนนใหญ่

ระยะทางไม่ถึง 43 กม เลย ตัดสินใจปั่นเพิ่ม ปั่นไปทางกราเวลกับน้องแมว เข้าเขตทหาร เส้นทางกราเวลดีมากๆ แต่ต้องลุ้นตลอดว่าจะทางตันมั้ย สุดท้ายก็ได้ทหารช่วยเปิดเส้นทางไปวัดได้ เบ็ดเสร็จจบ 46 กม ใช้เวลาไป 5 ชั่วโมง สุดๆ เลย

งานนี้ขอให้ขื่อว่า Shimano Mountain Trip Bad Experience นะ ไม่เปลี่ยนเส้นทางหลังจากรู้ว่าฝนตกโคลนเยอะ ไม่มีทีมเซอร์วิสเพียงพอ จุดให้น้ำไม่เพียงหรือไกลมาก

https://youtu.be/F3qlu6kZqgs

เส้นทางที่ปั่น https://connect.garmin.com/modern/course/206428953

อันนี้เป็นเส้นทางของงานจัดให้สำหรับ Gravel https://connect.garmin.com/modern/course/194874752

#Gravelbike #ShimanoMTBExperience #กลิ่นโคลนสาบควาย

Ironman Kalmar 2023 ไตรกีฬา คนเหล็ก

Ironman-Kalmar

บันทึกการแข่งขัน Ironman Kalmar วันเสาร์ที่ผ่านมา (19 สิงหาคม 2566)

Anything is possible – Ironman

วันจันทร์ (14 สิงหาคม 2566)

ขึ้นเครื่องการบินไทย ตีหนึ่งของวันจันทร์ เจอเฮียเส็งและบังซอล ที่สนามบิน พร้อมคนไทยอีกหลายคนเลย

วันอังคาร (15 สิงหาคม 2566) – 4 วันก่อนแข่ง

พวกเราถึงสนามบินโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก เช้าตรู่วันอังคาร เจอคนไทยที่บินมาด้วยกันเยอะมากๆ ทั้งน้องๆ ทีม OSK Tri ทีมสิงห์ของเต๋าและโหน่ง Move ทีมราชมังคลา และอื่นๆ ดูอบอุ่นดีมาก เท่าที่ทราบมีคนไทยแข่งงานนี้ 140 คน แต่ไม่รู้จะมาทุกคนมั้ยนะ

วันแรกก็เดินเล่นในเมืองโคเปนเฮเกน แต่เดี๋ยวขอเขียนในอีกโพสต์หนึ่งนะ อันนี้ให้ดูพลางๆ ไปก่อนนะ

วันพุธ (16 สิงหาคม 2566) – 3 วันก่อนแข่ง

ตื่นแต่มาวิ่งเล่นสักนิด ไม่ได้ออกกำลังกายหลายวันแล้ว เดี๋ยวสนิมเกาะ ก่อนที่ช่วงสายๆ จะเดินทางต่อไปยัง Kalmar สวีเดนพร้อมคนไทยและทีม OSK Tri ด้วยรถบัสที่ Copenhagen Central Station

เดินทางมาถึง Kalmar เกือบจะ 5 โมงเย็น ก็เข้าลงทะเบียนงาน Ironman เลย ให้มั่นใจว่าได้แข่งจริงๆ นะ 555 พร้อมถ่ายรูปบรรยากาศและเส้นชัยซะหน่อย

กลับถึงห้อง ประกอบจักรยาน ถึง 6 โมงเย็นกว่า ออกไปปั่นจักรยานเล่นดีกว่า เพราะที่นี่ตอนเย็นยังสว่างอยู่เลยๆ ไปบ้านที่เฮียเส็งพัก เจอทั้งบังซอล และคุณโบท์ Trihub ด้วย

วันพฤหัส (17 สิงหาคม 2566) – 2 วันก่อนแข่ง

ตื่นเช้าพฤหัส ก็ไปลองว่ายน้ำ ว่ายไปทางซ้ายมือ ไปกลับ 1 กม น้ำตื้น สาหร่ายเยอะมาก กวักมือจับสาหร่ายได้เลย คิดว่างานนี้ทางว่ายง่ายจัง รอดแน่ 🙂 แต่เกิดอาการอาเจียน เพราะกินอาหารเช้าเยอะเกิน บทเรียนที่หนึ่ง น้ำเย็นมากเลยไปซื้อหมวก Neoprene ให้อุ่นหัว จากนั้น

สายๆ ก็ออกไปปั่นจักรยานต่อเลย ทดสอบจักรยานซะหน่อย แล้วปั่นให้ได้สัก 20 กม ขาจะได้ออกแรงบ้าง ไปกับน้องปอง OSK/ Intania 76 แล้วบังเอิญไปเจอ เอ๋ สี นุ้ย Intania 75 กับน้องหนุ่ม Intania 80

ตอนเย็น เหล่าคนไทยใน Kalmar ประมาณ 10 กว่าคน เปิดร้านอาหารไทยเลี้ยงพวกเรานักกีฬาไทยหลายสิบชีวิตเลย ก็ได้กินอาหารครั้งแรกที่เดินทางมานี่

ยังไม่จบวันครับ พวก OSK พาไปบ้านพักของโค้ชจเร ไปเจอช็อค OSK (ภายหลัง คนนี้ได้อันดับหนึ่งคนไทยงานนี้ด้วย) เป็นศิษย์ของโค้ชจเร และก็เจอน้องหนุ่ม เชียงใหม่ ด้วย

วันศุกร์ (18 สิงหาคม 2566) – 1 วันก่อนแข่ง

วันศุกร์ ไปลองว่ายอีกที ไปทางขวามือ คราวนี้ หนังคนละม้วน น้ำลึกและเย็นสุดๆ คลื่นสูงอีก เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ทัน ตายแน่ๆ ว่ายไม่ได้ ตะโกน Help me ซิครับ มีนักว่ายแถวนั่นมาช่วย รอดตาย น่ากลัวมากๆ กลับมาห้อง หาสาเหตุเลย อ้าวเรียกว่า Hypotherma บทเรียนที่สอง พรุ่งนี้ นี่จะรอดมั้ยเนี่ย ชักกลัวแล้ว แต่มาถึงนี่แล้วจะถอดใจได้ไง ตรวจเช็คสภาพอากาศและน้ำของวันแข่ง คล้ายวันนี้เลย คลื่นสูง น้ำเย็น ลมแรง มาครบเลย สู้เว้ย

วันเสาร์ (19 สิงหาคม 2566) – วันแข่ง

วันแข่ง ตื่นตี 4 กินอาหารเช้าเนิ่นๆ เลย จะได้ไม่อาเจียน เดินไป Bike in เช็คจักรยานอีกครั้ง เดินไปจุด Start ว่ายน้ำ ประมาณ 6:45 โมง วิ่งวอร์มและเอาน้ำอุ่นราดตัว ไม่ให้เกิด Hypothermia ได้ผลเลย

ว่ายน้ำ: กระโดดลงน้ำ น้ำเย็นมากๆ ดีที่เตรียมใจและตัวแล้ว มาเจอคลื่นสูง ทัศนวิสัยแย่มาก แทบมองไม่เห็นทุ่นเลย อาศัยว่ายตามคนอื่นไปเรื่อย หาคน Draft ตามไป ความเร็วเท่าไรไม่สน เอาแบบให้รอดว่ายน้ำก็พอ น้ำค่อนข้างใส เห็นแมงกะพรุนตลอดทาง ดราม่าอีก ก่อนเข้าเส้น 700 ม แว่นตาหลุด ฉิบหายแล้ว เรียกเรือใกล้ๆ ให้มาหา ก็ไม่มา เลยว่ายไปแบบไม่มีแว่นตา แต่ดีที่น้ำสะะอาด ถ้าบึงเมืองไทย คงตาบอดแน่ อุปสรรคเยอะจริง ว่ายน้ำนี่เรียกว่ารอดตายได้เลย มีคน DNF เพราะว่ายน้ำเยอะมาก ใช้เวลาไป 1:58 ชั่วโมงกับ 3,902 ม. ตะโกนว่า ตรูจบแล้ว 555

T1: ใช้เวลา 13 นาที ทั้งฉี่ เปลี่ยนกางเกง ใส่เสื้อ 2 ชั้น เตรียมหนาวและ พักทำใจ 🙂

ปั่น: เส้นทางใหม่ฉลอง 10 ปี Ironman Kalmar ออกตัวด้วยความมั่นใจและน่าจะถนัดที่สุด ปั่นขึ้นสะพานไป Oland สะพานที่ยาวสุดในสวีเดน 5 กม ได้ บรรยากาศสวยมาก ปกติจะไม่ให้จักรยานขึ้นนะ ถือว่า Unseen แต่ๆๆๆ ลมข้างแรงสุดๆ ยิ่งรถใหญ่ขับผ่าน มีแรงลมดูดเลย จับแฮนด์แน่น ใช้แอโร่บาร์ไม่ได้เลย เตรียมเจลมาซองเดียว กะเอาเจลระหว่างทาง เจอจุด Ad station แรก ได้เจลของ Maurten มา 3 ซอง และมันคือ 3 ซองที่จะต้องใช้ตลอดทาง ถามแต่ละจุดก็บอกเจลหมด 😞 ซวยแล้ว ระยะ 50 กม แรก AV 33 ได้ คิดในใจงานนี้หมูๆ PB ชัวร์ หลังจากนั้น ปั่นเข้าถนนทุ่งนา ลมสวนยาว หลายสิบกิโลเลย AV เริ่มตก ตายๆๆ ไม่หมูแล้ว ใช้แรงกดหนักมาก เพื่อจะรักษา AV ปั่นข้ามสะพานกลับมาที่ กม 120 เส้นทาง Local road โค้งเยอะ ทำความเร็วยาก AV ก็ตกมาเรื่อยๆ สุดท้าย ก็ได้แค่ AV 28.3 ก็ยังดีว่ะ ปั่นตลอด 180 กม มีหยุดหยิบเจลทีเดียว ขารู้สึกล้ามากและที่สำคัญ ท้องปั่นป่วนจากเจล จบไปใช้เวลา 6:24 ชั่วโมง ผิดคาดไปนิด

T2: ใช้เวลาไป 11 นาที เข้าห้องน้ำ ถ่ายหนัก เก็บยานและเปลี่ยนรองเท้า

วิ่ง: เริ่มวิ่ง 4 โมงเย็น อากาศเริ่มเย็น วิ่งไปหนาวไป ต้องวิ่งทั้งหมด 3 รอบ วิ่งจากตัวเมือง 2-3 กม กองเชียร์ตลอดเส้นทาง เรียกชื่อ Navik Go go หรือ Heja Navik ชื่อตรูเรียกง่ายจัง คนสวีเดนพูดไทยได้เยอะ ทั้ง “สู้ๆ” “สวัสดี” มี “ไปๆ” ด้วย อันนี้เหมือนจะไล่กัน 555 กองเชียร์มีเปิดเพลงไทยด้วย เพลงขาติไทยอีกต่างหาก เอาใจจริงๆ จากนั้นวิ่งในป่าและหมู่บ้าน อีก 10+ กม กองเชียร์นั่งปิคนิคเชียร์ตลอดทาง คนที่นี่น่ารัก กันเอง ยิ่งเด็กเล็กก็ให้ความสำคัญกับการเชียร์มาก วนแบบนี้ไป 3 รอบ เอาว่ะยังไงก็จบ รอบ 1-2 ก็วิ่งเร็วสลับช้า รอบ 3 ก็วิ่ง 400 ม เดิน 100 ม แวะเข้าห้องน้ำถ่ายหนักอีกครั้ง น้องหนุ่มวิ่งมาเจอ เห็นหน้าเสียๆ เลยเอาแคปซูล Salt ให้ 2 แคปซูล กินแล้วดีขึ้น แต่ขอ New PB นะ 2 กม สุดท้ายก่อนเข้าเส้น วิ่งในเมือง คนเชียร์เพียบ แล้วจะหยุดได้ไง เหนื่อยชิบ คิดว่าจะเขเาเส้นด้วยท่าไรดี 🙂 สุดท้าย ขอเต้นหน้าเส้นหน่อยนะ จบวิ่งไป 6 ชั่วโมง จับธงไทยโบกสะบัด นี่คือสุดท้ายของตรูแล้ว พอกันที Ironman 🙂 อายุ 55 ปี น่าจะหาอย่างอื่นที่เบา ทำเนอะ

สรุป ผลประกอบการ 14:49 ชั่วโมง New PB ของ Ironman (จริงแล้ว 14:48 นะ เสียเวลาไปกับเต้นหน้าเส้น 555)

ปล… คำโฆษณาของสนามนี้ก่อนสมัคร

” ว่ายง่าย น้ำทะเลนิ่งอย่างกับสระว่ายน้ำ ทางปั่นเรียบง่ายมีลมบ้าง ที่เหลือวิ่งสบายๆ ไงก็จบ” #เพื่อการโฆษณา เท่านั้น

แข่ง Ironman 3 ครั้ง 2 เหรียญ

ครั้งแรก ปี 2017 Ironman Gurye Korea อ่อนต่อโลกไตรมา จัดไป 15:45 ชม

ครั้งที่สอง ปี 2019 Ironman Frankfurt พกความมั่นใจและแข็งแกร่ง แต่โชคร้ายเจอ Heat wave วันนั้นและวันเดียวด้วย DNF กันระนาว เช่นกัน แต่แข่งจบนะ 15:43 ชม แค่เลย Cutoff 15 ชม อดเหรียญไป

ครั้งที่สาม สุดท้าย ปี 2023 Ironman Kalmar Sweden เลื่อนจาก COVID มั่นใจเช่นเคย 55 มาเจออากาศหนาว เส้นทางปั่นใหม่ ยากสุดในรอบ 10 ปีของ IM Kalmar

ขอบคุณครอบครัวที่ให้เวลาซ้อม, น้องๆ OSK ที่ซ้อมกันทุกเสาร์และมาทริปนี้ด้วยกัน, พี่น้อง Intania ที่ซ้อมและแข่งด้วยกัน และกองเชียร์ทุกคนทั้งในสนามและห้องไลน์/FB/IG

#ironmankalmar #ironman #anythingispossible #ถ้าIronmanง่ายคงเรียกว่าฟุตบอล

ปั่นจักรยานในเมือง :) เที่ยวสงกรานต์

สงกรานต์ปีนี้อยู่กรุงเทพ เพื่อนชวนปั่นจักรยาน City Ride เล่นน้ำสงกรานต์ เริ่มจากสุรวงศ์ ( https://goo.gl/maps/HEt9icwUfhbkZ16L6 )

ลุยถนนสีลมคนเยอะสนุกมาก

แล้วปั่นไปเล่นน้ำต่อที่สยาม คนเยอะยิ่งกว่า เต็มตลอดถนน ฉีดน้ำกันสนุก

ปั่นต่อไปหาของกิน พี่นัทแนะนำก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องสูตรโบราณ พลับพลาไชย ( https://goo.gl/maps/QYi2ZjptvroLFLqL9 ) อร่อยดีครับ ครบเครื่องจริงๆ ปั่นต่อจะกินลอดช่องสิงคโปร์ ( https://goo.gl/maps/zkCQgXb8sN5btMdQ6 ) แต่เสียดายร้านปิด 😞

ลุยต่อไปยังถนนข้าวสาร คนเยอะมาก เข้าไปในถนนไม่ได้เลย ได้แค่ดูห่างๆ

แล้วปั่นต่อไปดื่มเบียร์ที่ Sala Rattanakosin Rooftop Bar ( https://goo.gl/maps/6yWQyYm2mKhbcEyt8 ) ชมวิวพระปรางวัดอรุณ สวยงามเช่นเคย

ยังไม่อิ่มครับ… ปั่นย้อนไปเยาวราชกินข้าวต้มปลา แปลงนาม ( https://goo.gl/maps/ksDGUbr6Ewq9zHdKA ) 🙂 ตรงเทียนฟ้ามูลนิธิ อร่อยเสมอ

ยังไม่พอ ปั่นไปบรรทัดทองกินของหวาน ถิงถิง บิงซูน้ำขิง ( https://goo.gl/maps/4QW8VcN3dH4DwdKV7 )🙂 แล้วกลับมาสุรวงศ์

ผลประกอบการ ปั่น 26.5 กม ใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนสามทุ่มครึ่ง กับ 3 จุดสงกรานต์ และ 4 ร้าน 🙂 อิ่ม อร่อย สนุกจริงๆ

เส้นทางปั่นจักรยานในเมือง https://www.strava.com/activities/8883881087

ปั่นจักรยาน เจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า กับ Intania CC

ปั่นจักรยาน เจ็ดคตโป่งก้อนเส้า

เช้านี้ (26 มี.ค. 2566) ทีม Intania CC มาปั่นนอกลู่นอกทาง (ออกจากสนามฟ้า) มาปั่นจักรยานที่เจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า สระบุรี จุดชมวิวนี้ใกล้กรุงเทพมาก อยากจะมานานแล้ว แต่ไม่ได้มาซะที ได้ฤกษ์​ดีแล้ว

เรามาเริ่มต้นที่น้ำตกกะอาง นครนายก ( https://goo.gl/maps/9p8JWw4ribD6S6VC8 ) ที่นักวิ่งเทรลเขาตีนไก่มาเริ่มต้นจุดนี้ วันนี้อากาศร้อนมาก น้ำแล้งด้วย น้ำตกกะอางแห้งสนิท

น้ำตกกะอาง เป็นน้ำตกเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติใน ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก แต่เดิมน้ำตกแห่งนี้มีชื่อว่า น้ำตกงูจงอาง ซึ่งเคยเป็นป่ารกร้าง มีงูจงอางอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาในบริเวณนี้ จนกระทั่งได้มีการปรับปรุงพื้นที่ สร้างถนนหนทางให้เข้าถึงได้สะดวกมากขึ้น น้ำตกแห่งนี้จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น น้ำตกกะอาง

ล้อหมุนประมาณ 7 โมงเช้า ลุ้นให้อากาศอย่าร้อนมากนะ จบก่อน 11 โมงเช้าจะดีงาม

ระหว่างทาง จักรยานของเพื่อนก็ยางแบน ได้พักเปลี่ยนยางใน และแวะเติมน้ำมัน…. 555 ถ่ายรูปเล่น

จากนั้นก็ปั่นต่อ แวะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ น้ำตกเจ็ดคต ( https://goo.gl/maps/kV1NbKuQRtyetwmTA ) เช่นกันน้ำตกไม่มีน้ำเลย แห้งแล้งมาก

จากนั้นก็ปั่นออกจากน้ำตกเจ็ดคต เลี้ยวขวาเพื่อไป อุทยาน​แห่งชาติ​ เจ็ดคต โป่งก้อนเส้า ไปยัง ผานางอาย ( https://goo.gl/maps/yjUGPZzN6N5jysNK8 ) ตรงนี้เป็นไฮไลท์เลย ปั่นขึ้นเขาประมาณ 3-4 กม ความชันเฉลี่ย 8.9% (เค้าบอก 7%) ชันสุด 17.6% (เค้าบอกว่าแค่ 10%) เตรียมจานหน้า 50/34 หลัง 11-28 ก็น่าจะผ่านได้

เนินไปผานางอาย

อากาศข้างบนผานางอายดีมากครับ วิวสวย แวะถ่ายรูปกันยาวเลย

จากนั้นก็ปั่นลงจากผานางอาย พื้นถนนไม่ค่อยดี ปั่นลงก็ให้ระวังด้วย

แวะร้าน Cow Cafe by Horizon Farm ( https://goo.gl/maps/yExhuJd2uoWcQBD67 ) พักเหนื่อยกันหน่อย แล้วก็สมทบกับเพื่อนบางคนที่ไม่ได้ปั่นขึ้นผานางอายด้วย

แนะนำให้แวะร้านนี้เลยครับ กาแฟ ขนมดีเลิศครับ เท่าที่ทราบจะเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์นะครับ

ก่อนจะย้อนกลับอีกเส้นมายังน้ำตกกะอาง

รอบนี้มากันเยอะ 14 คนเลย ยิ่งเยอะยิ่งสนุกจริงๆ ผลประกอบการระยะทาง 59 กม กำลังดีเลย จบด้วยไก่ย่าง ส้มตำ ร้านดีดี ( https://goo.gl/maps/apU7WHeXAkB85S3u5 )

ติดตามเส้นทางที่ปั่นนี้ที่ https://www.strava.com/activities/8778094138

ปั่นเส้นทาง Gravel จากสนามฟ้า งงล่ะซิ???

Gravel Ride ที่สนามฟ้า

ปั่นเส้นทาง Gravel ที่สนามฟ้า งงล่ะซิว่าแถวสนามฟ้ามีเส้นทางปั่น Gravel ด้วย … มีซิครับ

เช้านี้ (18 ก.พ. 2566) ชวน ปุ๊ก ม้ง และ น้องแมว มาสำรวจเส้นทางใหม่ โดยไปจอดรถสนามฟ้า หรือ สนามปั่นเจริญสุขมงคลจิต https://goo.gl/maps/av8i9Qmo5CKCLY1w5 แล้วเจอน้องแสน ที่กำลังจะปั่นในสนามฟ้า เลยชวนมาปั่น Gravel ด้วยกัน 🙂 แต่น้องแสนปฏิเสธทันควัน บอกไม่พร้อม จากนั้นก็ปั่นเข้าไปสนามฟ้า เจอกลุ่มดักรออยู่ แล้วก็ลากน้องแสนพร้อมกับพวกเรา 5555 หนีพวกเราไปได้ยังไง

ความบันเทิงได้เริ่มขึ้นแล้วซิครับ

ล้อหมุนประมาณ 6:40 น ออกจากสนามฟ้า เลี้ยวขวาแล้วปั่นไปถึงสามแยก แล้วก็เลี้ยวขวาอีกครั้งเข้าเส้นลาดกระบัง

ปั่นจักรยานเลาะเส้นทางรถไฟที่เป็นถนนกรวด Gravel 2.0 ปั่นไม่ยากมากนะ ผ่านสถานีหัวตะเข้ ถึงสถานีคลองหลวงแพ่ง ระยะทาง Gravel ประมาณ 10 กมเศษ

วิวต้นไม้และทุ่งนาซ้ายขวา กำลังสนุกเลยครับ จากนั้นก็ปั่นตามถนนราดยางและคอนกรีต แล้วก็มีถนน Gravel บ้าง

จนมาถึงอุโมงค์ไผ่ ร่มเย็นสวยงามเลย ถ่ายรูปกันหน่อยนะ ปั่นทางเรียบไปเรื่อยๆ จนถึงวัดวีระโชติวนาราม วัดนี้ใหญ่โตและไฮไลท์เยอะมากๆ เลย พระองค์ใหญ่หลวงปู่ฤาษีลิงดำ พระอุโบสถแก้วกลางน้ำราชพรหมยานอนุสรณ์ ในอุโบสถก็มีสมเด็จองค์ปฐม พระประธานและหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อโต เรียกว่าไหว้พระและพักผ่อนที่นี่ได้ยาวเลย

จากนั้นก็ปั่นกลับเส้นทางเรียบ เลี่ยงทาง Gravel เพราะน้องแมวกับน้องแสนเอายานเสือหมอบธรรมดามา ปั่นเข้าถนนลาดกระบัง กลับมายังสนามฟ้า

ผลประกอบการ 52 กม บอกได้เลยว่าครบรสจริงๆ สนุกมากๆ ทั้ง Unseen และบรรยากาศที่ร่มเย็นตลอดทาง ที่สำคัญไม่ไกลจากบ้านด้วย

เส้นทางที่ปั่นวันนี้ https://www.strava.com/activities/8578977869

แต่ถ้าอยากได้ปั่นเส้นทาง Gravel ทั้งขาไปและขากลับก็ให้ตามเส้นทางนี้ครับ https://connect.garmin.com/modern/course/145623163

เจอกันทริปหน้านะครับ #IntaniaCC #Gravel Intania Cycling Club

ทริปปั่นจักรยาน Intania CC ครั้งที่ 13 ป้อมพระจุลฯ

Intania CC ป้อมพระจุฯ

วันนี้ (5 ก.พ. 66) ปั่นทริป Intania CC ครั้งที่ 13 ป้อมพระจุลฯ มี feat. กับทีม Lenso Lenso.cc ด้วย สนุกขึ้นเลยครับ

เริ่มจากร้าน The Dishes Riverside บางขุนเทียนชายทะเล

ล้อหมุนไปวัดขุนสมุทรจีน ที่มีโบสถ์ที่เคยจมน้ำ Unseen Thailand เลย ระหว่างทางไปและกลับก็มีทาง Gravel ดินแดง แต่ทุกคนทำได้ดีครับ

วัดขุนสมุทรจีน หรืออีกชื่อเรียกก็คือ วัดขุนสมุทราวาส อยู่ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นวัดขนาดใหญ่ริมอ่าวไทย เมื่อก่อนนั้นในบริเวณนี้จะมีความอุดมสมบูรณ์ และมั่งคั่งอย่างมากจากการค้าขายทางเรือในอดีต แต่ต่อมาก็ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนกินพื้นที่บริเวณวัดเข้าไป จนทำให้กลายเป็นเกาะล้อมรอบไปด้วยน้ำ ส่วนชาวบ้านก็ต้องย้ายบ้านขยับเข้ามายังฝั่งแทน

ด้วยความที่เป็นวัดเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ จากปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ทางวัดจึงต้องยกพื้นโบสถ์และกุฏิให้สูงขึ้น เพื่อให้พ้นจากน้ำทะเล ซึ่งเมื่อก่อนนั้นครั้งหนึ่งพระอุโบสถเก่าแก่ภายในวัดก็จมอยู่ใต้น้ำบางส่วนในช่วงที่น้ำขึ้น และถ้าจะเข้าชมก็ทำได้ต่อเมื่อน้ำลดเท่านั้น แต่ก็ได้กลายมาเป็นวัดที่มีความแตกต่างจากวัดอื่นๆ เพราะตัววัดมีร่องรอยของน้ำทะเลอยู่ตามจุดต่างๆ นั่นเอง

ส่วนภายใน วัดขุนสมุทรจีน ก็ต้องมาชม พระอุโบสถเก่าแก่ นอกจากเราจะได้เห็นร่องรอบการจมน้ำแล้ว ภายนอกของอุโบสถก็ยังมีลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม ส่วนด้านในจะประดิษฐาน หลวงพ่อปากแดง และบริเวณภายในวัดก็จะมีทั้ง เก๋งจีนเจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูปองค์ใหญ่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระยาพิชัย ให้สักการะกันด้วย

จากนั้นก็ไปดื่มกาแฟที่ร้านโรงขนม

ก่อนจะปั่นต่อไปป้อมพระจุลฯ แหลมฟ้าผ่า ชมเรือรบสมัย ร 4

ป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ป้อมพระจุล” เป็นป้อมปราการทางน้ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ สร้างขึ้นเมื่อใด ไม่พบหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าสร้างขึ้นในราวเดือน มีนาคม พ.ศ. 2427 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันการรุกรานจากอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นชัยภูมิเหมาะสม 

“ทางเรือ ไทยยังจะสู้รบฝรั่งเศสไม่ได้” 

จึงเป็นเหตุผลโดยรวมที่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความสำคัญ รับสั่งให้เตรียมการป้องกันกำลังทางเรือให้ดียิ่งขึ้น โดยพระองค์พระทานเงินส่วนพระองค์เป็นจำนวน 10,000 ชั่ง (800,000 บาท) เพื่อให้เร่งการสร้างป้อม และซื้ออาวุธเพื่อป้องกันพระนคร ด้วยความมุ่งมั่นของพระองค์ที่จะดำรงไว้ซึ่งเอกราชของชาติ ให้หลุดพ้นจากการเข้าแทรกแทรงของชาติตะวันตก ตามที่ทรงพระราชหัตถเลขาถึงเสนาบดีสภาในวันที่ 10 เมษายน ร.ศ.112 (พ.ศ. 2436) ใจความตอนหนึ่งว่า

….ฉันรู้ตัวชัดอยู่ว่า ถ้าความเป็นเอกราชของกรุงสยามได้สุดสิ้นไปเมื่อใด ชีวิตฉันก็คงจะสุดสิ้นไปเมื่อนั้น…

หากมีเรือรบของข้าศึกบุกเข้ามาทางปากน้ำ ป้อมแห่งนี้สร้างเป็นป้อมปืนใหญ่แบบตะวันตก และได้ติดตั้งปืนใหญ่อาร์มสตรอง 152/32 มม. (6 นิ้ว) จำนวน 7 กระบอก เป็นอาวุธหลักของป้อม ทำให้ป้อมนี้เป็นป้อมปราการของสยามที่ทันสมัยมากที่สุดในเวลานั้น

ปัจจุบัน ป้อมพระจุลจอมเกล้าขึ้นตรงกับฐานทัพเรือกรุงเทพ และได้ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ. 2536 เพื่อเป็นราชานุสรณ์และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ และกองทัพเรือได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้ประชาชนเข้าชมด้วย ป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ

ก่อนจะปั่นต่อไปวัดสาขลา ชมเจดีย์เอน คู่แข่งหอเอนปิซ่า 🙂

วัดสาขลา ตั้งอยู่ใน ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ จัดว่าเป็นวัดเก่าแก่ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนในพื้นที่เลย ไฮไลท์ของวัดนี้ ก็คือ ในอุโบสถจะมี พระปรางค์เอน และ หลวงพ่อโต ส่วนด้านล่างอุโบสถนั้น จะมีการลอดผ่านพระราหูที่เป็นที่นิยม เพราะเหมือนกับเป็นการสะเดาะเคราะห์ของที่นี่ โดยจะมีทั้ง ลูกนิมิตรเอก พระพุทธรูปโบราณ และ องค์พระแฝดหันหลังชนกัน ที่เพิ่งจะขุดค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

พระปรางค์เอน ที่เราเห็นกันนั้น เป็นองค์พระปรางค์เก่าแก่ ตั้งอยู่ริมคลอง ซึ่งเมื่อก่อนนั้นไม่ได้เอนเหมือนกับที่เห็นในปัจจุบัน จนเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ได้เกิดน้ำท่วม ทำให้พื้นดินลอยตัวอยู่บนโคลนนั้นเกิดการทรุดตัว องค์พระปรางค์เลยเกิดเอียงไปด้านตะวันตกราวๆ 15 องศา แต่หลังจากครั้งนั้นก็ไม่ได้เอียงเพิ่มแต่อย่างใด เลยถูกปล่อยไว้ให้เอน เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของ บ้านสาขลา

นอกจากนี้ ภายใน วัดสาขลา ก็จะมี พิพิธภัณฑ์ใต้อาคารโบสถ์และวิหาร ตรงนี้แหละ ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวใช้สำหรับลอดใต้โบสถ์วิหารและฐานหลวงพ่อโต เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล เพราะมีความเชื่อกันว่าจะทำให้โชคดีและรอดพ้นจากอุปสรรคต่างๆ และยังสามารถเดินชมด้านในพิพิธภัณฑ์ได้อีกด้วย

ไม่หมดเพียงแค่นี้ แต่ในวัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้ง พระพุทธรูปศิลา พระสังกัจจายน์ ห้องพิพิธภัณฑ์เทพศรีสาขลา ไปจนถึง ห้องลอยบัว เรียกได้ว่าเดินชมไหว้พระ กันได้เกือบทั้งวันเลย ใครที่กำลังอยากจะหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ บ้านสาขลา และ วัดสาขลา นี่แหละค่ะ น่าจะตอบโจทย์สุดๆ เลย

สุดท้ายที่วัดสาขลายังมีปลาคาร์ฟจำนวนมาก ที่ให้นักท่องเที่ยวมาให้อาหารอย่างใกล้ชิด น่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว

แล้วปั่นกลับมาที่ The Dishes Riverside ดูน้องๆ เล่นพายเรือกับ Sub ทานอาหารเที่ยงด้วย 🙂 อร่อยครับ

ปั่นกันน้อยแต่ 45 กม แต่เต็มไปด้วยความสุขจริงๆ พี่น้องได้เจอหน้ากันคุยกันสนุกดีครับ

ติดตามพวกเรา Intania Cycling Chula ได้ที่ Facebook Page: IntaniaCC

ขอบคุณ

พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ที่มาปั่นด้วยกันนะครับ

Probike ที่ให้รถเซอร์วิสตามด้วย และของรางวัลมื้อเที่ยง

Lenso ที่ให้ของรางวัลมาจับฉลากเช่นกัน

เพื่อน 71 น้อง 72 ที่ช่วยกันวางเส้นทาง

เจอกันทริปหน้านะครับ #IntaniaCC #Cycling

เส้นทางปั่นตามนี้นะครับ https://www.strava.com/activities/8503484943

ปั่นจักรยาน อ่างเก็บน้ำบางพระ พาเพื่อนไปซ้อมเนิน | 6 พ.ย. 2564

วันนี้ทีมปั่นจักรยาน Intania Cycling Club Chula – 71 มีภารกิจพาเพื่อนมาซ้อมปั่นเนิน ก่อนจะปั่นจักรยานอาทิตย์หน้าที่งาน LRT แก่งกระจาน 🙂 ซ้อมทันมั้ยเนี่ย อย่างน้อย เอาความมั่นใจ

นัดล้อหมุนกันประมาณ 7 โมงเช้าที่ร้าน Check Point อ่างเก็บน้ำ บางพระ (https://goo.gl/maps/p15QA9P4VBHHzC4i8) ปั่นลอดอุโมงค์ข้ามไปอีกฝั่งโค้งดารา เอาเนินหน่อย ปั่นไปถึงหนองน้ำเขียว วนหนึ่งรอบ แล้ววกกลับมาโค้งดาราอีกครั้ง จัดเนินไปอีกที

แล้วย้อนผ่านเขาช่องลม เส้น 3241 มุ่งหน้าไปสนามบินหนองค้อ ก่อนจะกลับอ่างเก็บน้ำบางพระ เสร็จสิ้น

ภาระกิจ ระยะทางโดยรวม 70 กม อากาศกำลังดี ทานข้าว ดื่มเบียร์ ตามประเพณีของกลุ่ม 71

เส้นทางตามนี้ https://www.strava.com/activities/6217468604

ปั่นชิลศาลายา กับทริป Intania Chula Cycling ครั้งที่ 10 ปั่นแห่เสื้อ

ปั่นจักรยาน ศาลายา

” ปั่นจักรยานให้สนุกก็ต้องปั่นกันเป็นกลุ่มนะ “

คำพูดนี้เป็นจริงเสมอนะ แต่จะให้สนุกและสุขยิ่งขึ้นก็ต้องปั่นกับกลุ่มที่รู้จักกัน เฮฮากันได้นะ วันนี้ (13 ก.ย. 2563) สนุกมากๆ กับทริปปั่น Intania ครั้งที่ 10 ปั่นแห่เสื้อใหม่ พี่น้องอินทาเนีย หรือ วิศวฯ จุฬา มากันเกือบ 50 คน ทั้งขาแรง ขาอ่อน ขาใหม่ มีรุ่นพี่ที่อายุมากสุดก็ 73 ปี มีรุ่นน้องที่อายุน้อยสุดก็ 32 ปี… แต่ยังมีลูกของเพื่อนอีก อายุแค่ 12 ปี มาปั่นร่วมด้วย คงไม่ต้องบอกนะว่าทริปแบบนี้จะชิลแค่ไหน

ออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ขับรถเห็นท้องฟ้าครื้มๆ ท่าทางฝนจะตกแน่ๆ

พวกเราล้อหมุน 7 โมงเช้า เริ่มจากที่ลานจอดรถศาลายาลิงค์ https://goo.gl/maps/NxR848H1ScBCTc9p7 หลังจากถ่ายรูปหมู่เสร็จก็ออกตัวกันเลย กลัวจะร้อน 555

แวะจุดต่างๆ นี้ถ่ายรูปที่ After the Rain Coffee & Gallery (FB: https://www.facebook.com/aftertherainshop/)

ไฮไลท์ของร้านนี้คือคาเฟ่ในสวน นั่งดื่มขนม ชากาแฟได้ชิลมาก อย่าลืมแวะไปถ่ายรูปกับชิงช้าด้วยนะ

DCIM\107GOPRO\GOPR1348.JPG

แผนที่ของร้าน After the Rain Coffee & Gallery https://goo.gl/maps/e2crASH9TVd6MAP67

จากนั้นก็ปั่นต่อไปยังสะพานแรก สะพานทรงคนองรัฐประชาสามัคคี (https://goo.gl/maps/xFtDFFmu4WqZpzrw9) สะพานที่ไม่ชันเท่าไรแต่ได้วิวของแม่น้ำท่าจีน สวยงามมากในยามเช้า อย่าลืม… ถ่ายรูปหมู่กันที่นี่นะ

ปั่นต่อไปบ้านสวนโฮมสเตย์ Floating Space By On The Boat Cafe & Co. (FB: https://www.facebook.com/FloatingSpaceCafe) ร้านยังไม่เปิด ก็ได้ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันไปนะ ไฮไลท์ก็ถ่ายรูปกับแม่น้ำท่าจีน แล้วให้ตากล้องขึ้นไปชั้นสองด้วยนะ จะได้รูปมุมสูงที่สวยงาม น้องๆ โครนเลย

DCIM\107GOPRO\GOPR1392.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1403.JPG

ปั่นและแวะถ่ายรูปริมทาง นี่ก็ 9 โมงเช้าแล้ว ร้านที่จะจุดต่อไปเริ่มเปิดแล้ว เราก็ปั่นกินน้ำและขนม ที่ MADi Cafe and Bistro (https://goo.gl/maps/pYJWVjbWdkQ7aLjB7) ที่นี่จะมีขนม Homemade เช่น ขนมถ้วยฟักทอง ที่อร่อยมาก มีน้ำผลไม้โกจิเบอรรี่ที่เข้าได้ทีกับขนมเลย

DCIM\107GOPRO\GOPR1418.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1421.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1420.JPG

อย่าลืม เดินลึกเข้าไปริมน้ำและถ่ายรูปนะ

DCIM\107GOPRO\GOPR1433.JPG

ปั่นไปอีกนิดก็ถึงสวนร่มรื่น ชุมชนคุณธรรมฯ ต้นแบบ เทศบาลเมืองไร่ขิง (เกาะลัดอีแท่น) จุดที่ 6 ไร่แสนรักษ์ แผนที่ https://goo.gl/maps/Ss3dBbzzQ5jYoUKg8

DCIM\107GOPRO\GOPR1450.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1465.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1464.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1463.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1462.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1460.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1451.JPG

กินขนมเสร็จก็ปั่นย่อยนิดไปถึงร้าน RIVA Floating Cafe (FB: https://www.facebook.com/RIVAfloatingcafe) เป็นอีกร้านหนึ่งที่นักปั่นไม่ควรพลาดนะ ร้านนี้ไฮไลท์ก็มีกาแฟที่หอมละมุน ขนมที่อร่อย ได้ลองข้าวหลามก็อร่อยนะ แต่แอบแพงนิด กระบอกละ 60 บาท 🙁 แต่ถือว่านานๆ กินทีละกัน พวกเรานั่งเมาท์กันนานเลย เกือบ 30 นาทีได้

DCIM\107GOPRO\GOPR1478.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1480.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1528.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1487.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1518.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1517.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1515.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1521.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1525.JPG

แผนที่ของ RIVA Floating Cafe https://g.page/RIVAfloatingcafe?share

จากแผนเดิมที่จะต้องปั่นไป จปร. คงต้องยกเลิกนะ เดี๋ยวกลับไปทานเที่ยงไม่ทัน เลยแวะมาที่สะพานวัดไทยาวาส (https://goo.gl/maps/97XiRx6YAx4Gk2vV9) ปั่นขึ้นมาชมวิวแม่น้ำท่าจีนอีกครั้ง ก่อนจะปั่นกลับ ไฮไลท์คือถ่ายรูปจากวัดไทยาวาสมากลุ่มที่สะพานนะ จะได้ภาพจากมุมล่างที่สวยงามทีเดียว

DCIM\107GOPRO\GOPR1537.JPG

จากนั้นก็ปั่นกลับ พวกเราปั่นกันมาตามเป้าหมายจริงๆ ด้วย คือความเร็วต่ำกว่า AV 20 กม/ชม. ไม่น่าเชื่อเลย แต่นักปั่นขาแรงขอสปรินท์กลับ ที่ถนนตรงเส้น 4006 เริ่มที่ความเร็ว AV 45 กม/ชม. อย่างต่ำ ปั่นทำความเร็วได้ดีจริงๆ จากความเร็วต่ำกว่า AV 20 มาจบที่ AV 22 กม/ชม. จนได้

ส่วนพี่ๆ อาวุโสและขาไม่แรงก็ตามกันทีหลังเรื่อยๆ

มาทานเที่ยงกันที่ Music Square ศาลายา (https://goo.gl/maps/fH9K2a6NEYgzTaiNA) ร้านนี้มีอาหารที่อร่อย หลากหลาย บรรยากาศดีมากๆ ใครที่ชอบถ่ายรูปก็เตรียมกล้องถ่ายรูปไปได้เลยนะครับ

DCIM\107GOPRO\GOPR1564.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1567.JPG

ผลประกอบการของทริปนี้คือ จบที่ระยะทาง 45 กม ความเร็ว AV 22 แต่คนส่วนใหญ่ AV น่าจะต่ำกว่า 20 นะ ถือว่าได้ตามเป้าหมายจริงๆ 555 วันนี้อากาศดีทั้งวันด้วย ทำให้ปั่นสนุกเฮฮากันตลอด

แล้วเจอกันทริปหน้านะครับ

คลิปของทริป Intania Chula Cycling Club ครั้งที่ 10 ปั่นแห่เสื้อ

เส้นทางปั่น

ปั่นจักรยาน LRT แก่งกระจาน แบบ Team Time Trial

ปั่น จักรยาน LRT แก่งกระจาน

LRT แก่งกระจาน เป็นหนึ่งในงานปั่นจักรยานที่นักปั่นไม่ควรพลาด จัดโดยพ่อใหญ่ ที่จัดงาน LRT โป่งกระทิง ราชบุรี

ถามพ่อใหญ่ LRT คืออะไร แกบอกว่าก็คือ Love Riding Thailand

ปั่นจักรยานแบบ Team Time Trial (TTT) คือการปั่นเป็นกลุ่ม 5 คน (แต่ละงานกติกาอาจจะต่างกันนะ 7 คน ก็มี) โดยมีการปล่อยตัวทีละทีม เพื่อความปลอดภัยในการปั่นจักรยาน การแข่งขันจะพิจารณาเวลา Chip time โดยพิจารณาที่ 3 แรกที่เข้าเส้นชัย

แน่นอน ถ้าต้องการเป็นผู้ชนะ หลายทีมจะเลือกที่จะให้มีตัวช่วย 2 คนที่เป็น Domestic หรือหัวลาก แล้วให้ 3 คนเก็บแรง เพื่อที่จะเข้าเส้นชัยสุดท้าย

การปั่นแบบ Team Time Trial จะเป็นการสลับการกันลาก คนละ 10-30 วินาที หรือคนละ 200-500 เมตร ขึ้นอยู่กับขาแรงแต่ละคน ใครแรงเยอะหน่อยก็ปั่นนานขึ้น ใครไม่มีแรงก็ปั่นน้อย แล้วสลับลงมาหมก

นักปั่นจะต้องปั่นด้วย Power Zone 5 ตอนเป็นหัวลาก และจะต้องเผื่อแรงของเราให้หมดพอดีจนจบ

ฟังดูหลักการแล้วไม่น่ายากเลย…. แต่สำหรับทีม Intania 71 ของเราแล้ว ชัยชนะก็สำคัญนะ แต่มิตรภาพหรือความสุขที่ได้ปั่นด้วยกันเป็นเป้าหมายที่สำคัญกว่า

ดังนั้น ทีมของเราต้องปั่นไปด้วยกันจนถึงเส้นชัย เรียกว่าขอเข้าเส้นทั้ง 5 คนเลยครับ จะเป็นแม่กิมบ๊วยก็ได้

“Life is like riding a bicycle. To keep your balance you must keep moving”

Albert Einstein (1879 – 1955), physicist who developed the general theory of relativity

ผมขอบันทึก Race Note ของการแข่งครั้งนี้ไว้นะครับ นี่เป็นการแข่งแบบ Team Time Trial ครั้งที่ 4 ของผม

ผมชอบการปั่นแบบ Team Time Trial มาก สนุก ออกแรงเต็มที่ และที่สำคัญคือปลอดภัยด้วย เพราะจะมีมอเตอร์ไซต์นำตลอดเส้นทาง

เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพ

เราเดินทางตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 ส.ค. 2563 ค้างคืนที่ The Grape Resort ที่เป็นจุด Start

ถึง The Grape Resort และเจอเพื่อน เอ ตอน 4 ทุ่ม เพลียจริงๆ

วันอาทิตย์ ตื่นแต่เช้าตี 5 ทะยอยกันอาบน้ำและทานข้าวเช้า งานนี้ ทีม Intania 71 เปิดตัวด้วยชุดปั่นใหม่ด้วย บอกได้เลยว่าภูมิใจในสีสันโดดเด่นอินเทรนด์ของเสื้อใหม่มาก 🙂

เช้าแล้ว เรียงลำดับเข้าห้องน้ำ
ยานพร้อม คนพร้อม (มั้ย) เนี่ย
สายฟุ้งฟิ้งจริงๆ
เมาท์ม้อยกันไป
ทางเข้าริสอร์ท

ทีมของเราประกิบด้วย ม้ง เอ ปุ๊ก ต้น และตัวเอง แข่งทั้งหมด 10 ทีม กับระยะทาง 35 กม แบบ Rolling hill ขอเล่าแบบไม่บอกชื่อเนอะ เราตั้งใจไปกันเป็นทีมแบบจบ 5 คนเข้าเส้น

ก่อนปล่อยตัว ก็ขอล้างยานและโซ่อีกรอบ เพื่อความมั่นใจ แต่จริงๆ คือ Big Spray ให้ลองน้ำยาล้างโซ่และน้ำมันหล่อลื่น ก็ลองซะหน่อย ผลการปั่น โซ่ลื่นไหลดีจริงๆ ครับ

ล้างโซ่ หยอดน้ำมันหล่อลื่นซะหน่อย
ล้างตัวให้สะอาด พร้อมแข่งแล้ว
ถ่ายรูปกับพ่อใหญ่ เจ้าของงาน
เตรียมตัว…
…ออกตัว

ออกตัวด้วยความมั่นใจ ผ่าน กม แรก ขึ้นเนินแรก เอาล่ะซิ เพื่อนเริ่มออกอาการความเร็วตกตามไม่ทัน ทีมเริ่มกระจายเป็น 2 กลุ่ม ไม่เหมือนที่ซ้อม แต่เราก็รอๆ กัน ขาลงเนินก็อัดเต็มที่ av สูงสุดถึง 61 กม/ชม กันเลยทีเดียว

ผ่านเนินซิม ขาลงชิวเลย
อ้าว ตามมาเร็วๆ


ผ่านเนินขึ้นลงไปเรื่อยๆ เกาะกลุ่มบ้าง แตกบ้าง เนินชันสุดอยู่ที่ 8% ถือว่าไม่มาก แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบปั่นเขา มีเพลียแน่นอน

กล้องอยู่ข้างหน้า อย่างนี้ต้องสปรินท์โชว์หน่อย
ขึ้นเขาแล้ว เหนื่อยนะ
เฮ้ย ถูกแซง
เห็นกล้องไม่ได้ ต้องแอคท่าซะหน่อย


ปั่นกันไปจนถึงจุด U Turn ครึ่งทาง และปั่นไปสักพัก เพื่อนที่ไม่ถนัดเขาเริ่มห่างไปไกล จนกลับมาเนิน 8% อีกครั้ง พวกเรา 4 คน เลยตัดสินใจว่าคงต้องทิ้งเพื่อนคนที่ 5 เพราะห่างกันเป็น กม เลย

ไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นนะ แค่แอคท่าเฉยๆ

จากนั้นก็ปั่นลากกันไป 4 คน มีรอคนที่ 4 ด้วย จริงแล้วจะไม่รอก็ได้นะ กติกาจะคิดเวลาของ 3 คนแรกที่เข้าเส้น แต่งานนี้ อยากจบพร้อมกันให้มากที่สุด จบด้วยการเข้าเส้นแบบสปรินท์ 4 คน แบบชื่นมื่นครับ

เย้… จบแล้ว

ทีม Intania 71 เราอายุมากสุดจาก 10 ทีม เฉลี่ยอายุ 50 ปี บางทีมอายุรุ่นลูกด้วย แต่ฮาที่สุด ดูจากความดีใจของใบหน้าที่ได้ออกนอกบ้านมาปั่นจักรยานกัน 555

เพื่อนๆ ยังไม่คุ้นกับการปั่นแบบ Time Trial ที่จะต้องปั่นจนหมดเมื่อเข้า บางคนยังเหลือแรง ผมนี่แทบหมดเลย สนุกจริงๆ กดเต็มที่ หัวใจ โซน 4 เกือบ 80%

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยกัน รอ ลาก และให้กำลังใจจนจบ

ขอฉลองหน่อยนะ

แม้ทีมแข่งขันจะน้อย แต่สนุกและปลอดภัยมากๆ เส้นทางใหม่สนุกไม่ร้อนเลย ปีหน้า ขอมาใหม่อีกครั้งนะ