ปั่นจักรยาน Audax 200BRM ท่าจีน ทางราบ สนุกๆ เหมาะกับผู้เริ่มต้น

Audax 200BRM

บันทึก Audax 200BRM ท่าจีน

บางบัวทอง-ลำพญา-บางปลาม้า-บางหลวง-บางบัวทอง

นี่ก็ 3 ปีแล้วที่ไม่ได้ปั่นจักรยานทางไกล Audax ล่าสุดก็ Audax 200 เขาโจด วันที่ 14 ต.ค. 2562 ที่จัดอยู่ในระดับ Insane หลังจากนั้นก็ไม่ได้ปั่นยาวๆ เลย ทั้งซ้อมวิ่งมาราธอนและโควิด

พอรัฐบาลคลายล็อคโควิดรอบนี้ บวกกับเพื่อน Intania 71 อยากปั่น Audax ที่เป็นแบบ Virtual ต่างคนต่างปั่นแล้วรายงานผล ให้แล้วเสร็จภายในตุลาคมนี้ ก็ได้ฤกษ์งามยามดีมาปั่นกันในวันหยุด 13 ต.ค. 

พวกเรา 6 คน ประกอบด้วย ผม ต้น ม้ง เอ ปุ๊ก และ บอกอ เริ่มล้อหมุนเวลา 7:30 น. ที่วัดเต็มรักสามัคคี้ บางบัวทอง ชื่อวัดเพราะดีเนอะ ชอบๆๆๆ ทั้งรักและสามมัคคี ตามแผนปั่นวันนี้ก็จะผลัดกันลาก ใครไหวเท่าไรก็เท่านั้นนะ

ปั่นได้ประมาณ 44 กม ก็ถึงวัดลำพญา น่าจะใกล้ CP1 เราก็แวะกินข้าวเช้าที่ร้าน Tree & Tide Riverside Cafe ( https://goo.gl/maps/s6Bpgs6tp5bSxJZE7 ) กินกันเต็มอิ่ม อร่อยชิวๆ

ปั่นต่อไป แวะ 7-11 บ้าง จนถึงบางปลาม้า สุพรรณบุรี ก็ประมาณ 100 กม ใกล้ CP2 แวะกินกุ้งในตำนาน ที่ร้านกุ๋ยหมง ( https://goo.gl/maps/Bt1kPmKWgekjNUB68​ ) อร่อยเหมือนเคยนะ ทั้งกุ้งทอดเกลือ ปลาม้าทอด แต่รออาหารนานไปหน่อย อยู่ที่นี่เกือบ 2 ชั่วโมงเลย ระหว่างรอก็กินขนมสาลี่ร้านตรงข้ามไปคนละ 2 ก้อน 🙂

ปั่นต่อไปอีกนิด แวะกินกาแฟที่ 7-11 แบบไม่อยากจะแวะนานอีกแล้ว จากนั้นก็ปั่นตามทางผ่านตลาดเก้าห้อง ระหว่างทางก็เห็นบ้านจมน้ำไปหลายหลังเลย ปั่นจนถึงตลาดบางหลวง ร.ศ. 122 ประมาณ กม 140 แวะ 7-11 อีกตามเคย จุดนี้ก็น่าจะเป็น CP3

ปั่นต่อไป ทีนี่เพื่อนเอเริ่มล้า คะคริวเริ่มมา หัวลากหลักเหลือ ผม ต้น ม้ง ความเร็ว AV จาก 30-35 เหลือ 25-30  ปั่นจนถึง กม 174 CP4 ร้านแม่แมวเบเกอรี่ กินขนมกาแฟ 🙂 เวลาเริ่มเย็นมากแล้ว คงต้องรีบออก ไม่งั้นจะมืดเสียก่อน ปั่นต่อระหว่างทางก็เจอฝูงเป็ดเลี้ยง เยอะมาก เจ้าของเป็ดบอกเป็นหมื่นตัวเลย ตื่นตาตื่นใจจริงๆ

สุดท้าย พวกเราก็เข้าเส้น Finish กลับมาที่เดิมวัดเต็มรักสามัคคี ปลอดภัยกันทุกคน สนุกสนานมากๆๆๆ มีเมื่อยไหล่และแขนบ้าง แต่ไม่เท่าไร โชคดียังมีบุญเก่าอยู่บ้าง

ดูเส้นทางได้ที่นี่นะ https://www.strava.com/activities/6106360794

7 เหตุผลที่ธุรกิจของคุณต้องย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ (Cloud Computing)

ธุรกิจจำนวนมากนำ Cloud Computing มาใช้ในการดำเนินงานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบ Cloud computing หรือ on-demand computing ซึ่งบางครั้งเรียกว่าระบบการใช้บริการคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต 


บริษัทต่างๆ ใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการพัฒนาและติดตั้งซอฟต์แวร์ เพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน การประมวลผลแบบคลาวด์ช่วยให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ตเหมือนเป็นบริการ (Access software on the internet as a service) การประมวลผลแบบคลาวด์ยังเป็นวิธีการจัดเก็บและแบ่งปันข้อมูลที่ปลอดภัย
 

พนักงานของคุณสามารถเข้าถึงบริการได้ตลอดเวลาและจากสถานที่ใดก็ได้ เพื่อทำงานให้เสร็จ บริการ Cloud Computing แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ Platform as a Service (PaaS), Infrastructure as a Service (IaaS) และ Software as a Service (SaaS) คุณสามารถเลือกบริการใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจของคุณ หากคุณไม่แน่ใจว่าควรย้ายระบบคอมพิวเตอร์แบบเดิม (On-premise) มายังระบบคลาวด์ (Cloud) นี่คือเหตุผลหลักที่คุณควรย้ายธุรกิจของคุณไปสู่การประมวลผลแบบคลาวด์ 

1.    ค่าใช้จ่ายที่ลดลง (Reduced costs)
การสร้างและการเรียกใช้ Data Center ของตนเองมีราคาแพง คุณจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมและจ้างช่างเทคนิคเพื่อติดตั้งและจัดการศูนย์ เมื่อคุณเปลี่ยนมาใช้การประมวลผลแบบคลาวด์ คุณจะจ่ายเฉพาะบริการที่จัดหาเท่านั้น ตรวจสอบความต้องการของระบบคลาวด์ในองค์กรของคุณ ผู้ให้บริการจะคิดค่าใช้จ่ายบริการ Cloud Computing ตามการใช้งานพื้นที่เก็บข้อมูล จำนวนผู้ใช้ เวลาและพื้นที่หน่วยความจำ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้น คุณสามารถเลือกแพ็คเกจที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณและประหยัดค่าใช้จ่าย 

2.    ความยืดหยุ่น (Flexibility)
หนึ่งในประโยชน์หลักของการประมวลผลแบบคลาวด์คือความยืดหยุ่น คล่องตัว บริการนี้ช่วยให้คุณและพนักงานของคุณมีความยืดหยุ่นในการทำงานจากทุกสถานที่ พนักงานสามารถทำงานที่บ้านหรือนอกสถานที่ได้ 

คุณสามารถลดจำนวนเวิร์กสเตชันในสำนักงานของคุณและอนุญาตให้พนักงานบางคนทำงานจากที่บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย หรือในสถานการณ์วิกฤติ อาทิ COVID-19 หรือการปิดจลาจลจากการชุมนุม เป็นต้น เพิ่มเติม การประมวลผลแบบคลาวด์ช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบการดำเนินงานในธุรกิจของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณเพียงแค่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วเพื่อรับการอัปเดตแบบเรียลไทม์ของการดำเนินการทั้งหมด 

3.    ความสามารถในการขยาย (Scalability)
วิธีดั้งเดิมในการวางแผนสำหรับการเติบโตที่ไม่คาดคิดคือการซื้อเซิร์ฟเวอร์ที่มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล คุณสมบัติสูงและไลเซ็นต์ซอฟต์แวร์เผื่อไว้ อาจใช้เวลาหลายปีก่อนที่คุณจะใช้ทรัพยากรสำรองนั่นจริงๆ การปรับขนาดบริการ Cloud Computing เป็นเรื่องง่าย คุณสามารถปรับพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมหรือคุณสมบัติได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ ผู้ให้บริการของคุณจะอัปเกรดแพ็คเกจของคุณภายในไม่กี่นาทีตราบเท่าที่คุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

4.    ไม่จำเป็นต้องมีแผนสำรองระบบคอมพิวเตอร์ (No need for a backup plan)
ระบบคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมต้องการแผนสำรอง โดยเฉพาะสำหรับการจัดเก็บข้อมูล ภัยพิบัติสามารถนำไปสู่การสูญหายของข้อมูลอย่างถาวรหากไม่มีการจัดเก็บข้อมูลสำรองไว้ ธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการดังกล่าวในการจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ ข้อมูลจะพร้อมใช้งานตลอดเวลาตราบเท่าที่ผู้ใช้มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ธุรกิจบางแห่งใช้บริการ Cloud Computing เป็นข้อมูลสำรองและวางแผนสำหรับการกู้คืนระบบ 

5. ความปลอดภัยของข้อมูล (Data security)
บางครั้งการจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์จะปลอดภัยกว่าการจัดเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล Data Center หากแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ของคุณถูกขโมย คุณก็อาจจะถูกละเมิดความปลอดภัยในข้อมูล หากคุณมีข้อมูลบนคลาวด์ คุณสามารถลบข้อมูลที่เป็นความลับจากระยะไกลหรือย้ายไปยังบัญชีอื่น การละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยของข้อมูล นี่คือสิ่งที่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระบบคลาวด์

6. ตัวเลือกมากมาย (A wide range of options)
เราได้กล่าวถึงกลุ่มหลักของบริการ Cloud Computing ไปแล้วนั่นคือ IaaS, PaaS และ IaaS แต่ละกลุ่มมีหมวดหมู่ย่อยมากมายที่แตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ ตัวอย่างเช่นหากคุณกำลังมองหาซอฟต์แวร์ คุณจะมีตัวเลือกมากมายจากผู้ให้บริการที่แตกต่างกัน คุณสามารถเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติและอัตราที่ดีที่สุดสำหรับบริการที่ธุรกิจของคุณต้องการ 

7. ปรับปรุงการทำงานร่วมกัน (Improved collaboration) 
ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจมักมองหาวิธีที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของแต่ละบุคคลและทีม การประมวลผลแบบคลาวด์เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการปรับปรุงประสิทธิภาพของทีม 

สมาชิกในทีมสามารถแบ่งปันข้อมูลและทำงานร่วมกันเพื่อทำโครงการให้เสร็จสมบูรณ์แม้จะมาจากสถานที่ต่างๆ พนักงานภาคสนามสามารถแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์และอัปเดตกับผู้ที่อยู่ในสำนักงานได้อย่างง่ายดาย 

นอกจากนี้การประมวลผลแบบคลาวด์ยังช่วยลดงานที่ซ้ำซากหรือซ้ำซากเช่นการส่งข้อมูลซ้ำคุณสามารถปรับปรุงระดับประสิทธิภาพเพิ่มผลผลิตและประหยัดค่าใช้จ่ายโดยย้ายธุรกิจของคุณไปยัง Cloud Computing แนวทางที่ดีที่สุดคือการเปลี่ยนการดำเนินงานทีละน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียข้อมูลหรือระหว่างจัดการข้อมูล (Manipulation)

เปรียบเทียบผู้ให้บริการที่แตกต่างกันและช่วงของบริการเพื่อเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสม ประสบการณ์และความสามารถในการรับสิทธิประโยชน์ที่ระบุไว้ข้างต้นขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการที่คุณเลือก ขอการอ้างอิงจากเจ้าของธุรกิจรายอื่นหรือตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดเพื่อรับบริการ Cloud Computing ที่ดีที่สุด

Jim’s Burgers & Beers สวนมะลิ โฮมเมดเบอร์เกอร์ สไตล์บ้านผีสิง

Jim's Burgers & Beers สวนมะลิ

ถ้านักชิม สายเบอร์เกอร์ ไม่รู้จักร้าน Jim’s Burgers & Beers แล้ว ย่อมไม่ใช่สายเบอร์เกอร์ตัวจริง 5555 ว่าไปนั่น

ร้าน Jim’s Burgers & Beers กำเนิดจากเพื่อนสนิท 3 คน คือ คุณแมว พิสิฐ สุธีโร คุณจิม ฉัตรกริช รุ่งรัตนกิจกำจร และคุณไก่ สุกฤษฎิ์ ผ่องคำพันธ์ ที่มีประสบการณ์จากสมัยอยู่เมืองนอกมาเปิดร้านสร้างเมนูเบอร์เกอร์ในแบบสไตล์ของตัวเอง (ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.centralworld.co.th/jims-burger/)

ปัจจุบัน ร้าน Jim’s Burgers & Beers มีหลายสาขา แต่ละสาขาก็มีสไตล์การตกแต่งร้านที่ต่างกันไป แต่จะมีสาขาที่ไรบ้างก็ติดตามกันเองนะครับ เพราะบางสาขาก็เปิดแล้วปิดไปบ้าง

วันนี้จะแนะนำร้าน Jim’s Burgers & Beers สวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง ร้านนี้อยู่ใกล้โรงพยาบาลธนบุรี สวนมะลิ (ไม่ใช่ฝั่งธนบุรีนะ) ดูภายนอกเป็นร้านห้องแถวเดียว ปิดมิดชิดเหมือนบ้านผีสิง 555 แล้วมันก็จริงเลย ร้านตกแต่งเป็นแนวบ้านผีสิง (Haunted House) ตกแต่งด้วยตุ๊กตาผีสิง มีด คราบเลือด อะไรต่างๆ นานาที่จะทำให้ดูน่ากลัว

ผมขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ใครคิดจะพาเด็กเล็กมาทานร้านนี้ ควรจะหลีกเลี่ยงนะ เด็กมีร้องไห้และอาจจะเลิกกินเบอร์เกอร์ไปเลยก็ได้

วันนี้ลองเมนูเบอร์เกอร์ M-16 Mexican Chilli Burger เพราะอยากทานอะไรที่รู้สึกเผ็ดหน่อย แล้วก็ได้ดั่งใจ เนื้อวัวนุ่มๆ อร่อยติดปาก บวกกับซอสพริกเม็กซิกัน เข้ากับเนื้อได้ดี ตัดกับขนมปังเบอร์เกอร์และ Onion Ring

M-16 Mexican Chilli Burger
M-16 Mexican Chilli Burger
เนื้อ Medium-Rare ของเบอร์เกอร์ ชุ่มช่ำ

เมนูที่ลองต่อมาก็เป็น Nacho หมู อันนี้ผิดหวัง ไม่ได้อร่อยอย่างที่เขียนในเมนูเลย หรือผมสั่งผิดนะ ควรจะสั่ง Nacho เนื้อมั้ยนะ อาจจะอร่อยกว่า อันนี้ผิดหวังในเนื้อแป้งและเนื้อหมูที่ร่วนแบบไม่เข้ากันเท่าไร

Special Nacho Pork

เอาเป็นว่าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศทานเบอร์เกอร์ สไตล์บ้านผีสิงก็ลองมาที่ร้าน Jim’s Burgers & Beers สาขาสวนมะลิได้เลยนะ สั่งเมนูเบอร์เกอร์ก็ไม่น่าจะผิดหวังนะ

Facebook Page: https://www.facebook.com/JimsburgerBKK/

แผนที่ Jim’s Burgers & Beers สวนมะลิ

ภาพมุมสูงของสวนลุมพินีและถนนพระราม 4

Lumpini Park

วันนี้ (6 ตุลาคม 2563) นัดเพื่อนมาถ่ายรูปสวนลุมพินีและพระราม 4 จากมุมสูงที่โรงแรม So/ Bangkok แต่เสียดายที่ฝนตก ฟ้าปิดทำให้เมฆดูไม่โปร่ง แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้รูปบ้างและก็ถ่ายกันเองนะ

รูปนี้ถ่ายด้วยกล้อง Olympus OM-D EM5 Mark iii ครับ

Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Olympus M.Zuiko 12-200 F3.5-6.3
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Olympus M.Zuiko 12-200 F3.5-6.3
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Olympus M.Zuiko 12-200 F3.5-6.3
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Panasonic Leica 25 mm f1.4 DG Summilux ASPH
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Panasonic Leica 25 mm f1.4 DG Summilux ASPH
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Panasonic Leica 25 mm f1.4 DG Summilux ASPH
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Panasonic Leica 25 mm f1.4 DG Summilux ASPH
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Panasonic Leica 25 mm f1.4 DG Summilux ASPH
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Olympus M.Zuiko 12-200 F3.5-6.3
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Olympus M.Zuiko 12-200 F3.5-6.3
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Olympus M.Zuiko 12-200 F3.5-6.3
Olympus OM-D EM5 Mark iii + Lens Olympus M.Zuiko 12-200 F3.5-6.3

The Social Dilemma ถอดบทเรียนสื่อสังคมออนไลน์ สู่ภัยอันตรายใกล้ตัว

Social Dilemma

The Social Dilemma เป็นภาพยนตร์ Documentary ของ Netflix ที่ร้อนแรงมากในช่วงนี้ (กันยายน 2563) ภาพยนตร์เล่าถึงความน่ากลัวของสื่อสังคมออนไลน์ โดยมุ่งโจมตีไปที่ Facebook, Twitter, Instagram, Youtube และอื่นๆ ผู้ให้บริการเหล่านี้ใช้ข้อมูลของเรา เพื่อสร้างรายได้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันได้สร้างพฤติกรรมหลายอย่างต่อเด็กและเยาวชนของเรา ที่เปลี่ยนแปลงไปเมือเทียบกับยุคก่อนสื่อสังคมออนไลน์

เรามาดูบทเรียนที่ได้จากภาพยนตร์ The Social Dilemma กัน

1. If you are not paying for the product, you are the product.

ถ้าคุณใช้บริการ “ฟรี” ก็ขอให้คิดเสมอว่า คุณคือ “สินค้า” นั่นเอง

เมื่อผู้ให้บริการออนไลน์ไม่ได้รายได้จากผู้ใช้ ดังนั้นผู้ให้บริการก็ต้องไปหารายได้จากแหล่งอื่น นั่นก็คือ “โฆษณา” แล้วผู้จ่ายค่าโฆษณาให้กับผู้ให้บริการก็ต้องการความคุ้มค่าและเข้าถึงผู้ใช้ให้มากที่สุด โดยดูจากพฤติกรรมของผู้ใช้นั่นเอง

ดังนั้น ไม่มีของฟรีจริงๆ ในโลกนะ คุณต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป ในที่นี้ก็คือข้อมูลของคุณนั่นเอง

“I hate the term ‘users’ now,” Parler CEO John Matze told Fox News.

“They made a good point in the film, which was that users are like drug addicts… users are people who are addicted to something. The only two people that call their customers users are drug dealers and social media,” Matze said. “So we are going to be redefining the term ‘user’ anywhere we have it on our app to be ‘people’ or ‘citizens.’”

2. Social Media is Drug.

มีเพียง 2 ธุรกิจที่เรียกลูกค้าว่า “ผู้ใช้” หรือ “User” นั่นคือธุรกิจ Social Media และพ่อค้ายาเสพติด (Drug dealer) จึงไม่แปลกเลยที่จะบอกได้ว่า สื่อสังคมออนไลน์ก็คือยาเสพติด ที่ผู้ให้บริการพยายามให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ติด (Addict) แล้วไม่หนีไปไหน เหมือนกับพวกติดยาเลย

เราอยู่ในยุคที่เด็กวัยรุ่นออกเดทลดลงและเด็กพบปะผู้คนลดลง เด็กยุค Gen Z ใช้เวลากับมือถือมากๆ เหมือนเสพติดยาอยู่

3. ปุ่ม Like คือฆาตกร

Justin Rosenstein ผู้ร่วมประดิษฐ์ปุ่ม Like ขณะที่ทำงานให้กับ Facebook เล่าว่า เค้าไม่คิดว่าปุ่ม Like จะทำให้สื่อสังคมออนไลน์เป็นที่นิยม และในขณะเดียวกัน มันทำให้คนรู้สึกหดหู่ด้วย โดยเฉพาะกับเด็ก

เด็กจะเปรียบเทียบจำนวน Like ของโพสต์ตัวเองกับเพื่อนหรือกับโพสต์ที่ผ่านมา ส่งให้ผลในทางลบให้เด็กเกิดอาการหดหู่ จนมีหลายเคสถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาสุขภาพจิตกัน

สถิติเด็กวัยรุ่นเข้าโรงพยาบาลบำบัดจิตจากการทำร้ายตัวเองสูงขึ้น และรวมไปถึงสถิติการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเด็ก 10-14 ปี (Pre-teen) ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น เป็นแนวโน้มที่น่ากลัวมาก แล้วทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังกำเนิดสื่อสังคมออนไลน์

4. โฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่แค่เพลตฟอร์มวางโฆษณาธรรมดาอีกต่อไป

The Social Dilemma ให้แสดงให้เห็นว่าข้อมูลของผู้ใช้มีความสำคัญขนาดไหน ยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไร ผู้ให้บริการก็สามารถคาดการณ์พฤติกรรมของผู้ใช้ได้มากขึ้น

โฆษณาไม่ได้ถูกส่งไปหากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเท่านั้น แต่เฟลตฟอร์มจะใช้ AI (Aritificial Intelligent) สร้างโมเดลของผู้ใช้ ด้วยการทดลอง A/B Testing แล้วเปรียบเทียบ ผู้ใช้ไหนที่ถูกชักจูงได้ตามการทดสองก็จะเป็นผู้ชนะและนำไปใช้เป็นโมเดลกับผู้ใช้อื่นๆ

การทดลองนี้จะมีตั้งแต่การส่งเนื้อหาข้อมูล วิดีโอและอื่นๆ เพื่อสร้างความดึงดูด หรือแม้กระทั่งการ Tag ก็ตาม

ทุกครั้งที่เรา Scroll down ผู้ให้บริการจะใช้ Algorithm ประมวลผลว่าวิดีโอหรือเนื้อหาถัดไปที่คุณจะคลิก มันไม่ใช่ความบังเอิญหรือแสดงเนื้อหาเฉพาะกลุ่มแล้ว มันเป็นเนื้อหาสำหรับคุณคนเดียวเลย นี่ยังไม่รวมดูนานแค่ไหน ดูซ้ำ อะไรอีกมากมาย

5. ข่าวปลอม (Fake News) ถูกแชร์มากกว่า ข่าวจริง (True News) ถึง 6 เท่า

หากสถิติเป็นอย่างนี้แล้ว ผู้ให้บริการรายใดอยากที่จะจัดการกับข่าวปลอมล่ะ

ภาพยนตร์ได้แสดงให้เห็นว่าเมือใดที่คุณได้เสพติดเนื้อหานั้นแล้ว เช่น ข่าวใดข่าวหนึ่งซึ่งจะจริงหรือปลอมก็ไม่รู้ แต่ส่วนใหญ่จะปลอมหรือลำเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง สื่อสังคมออนไลน์ก็จะป้อนเนื้อหาในทำนองนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนคุณมโนว่ามันคือความจริง

คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ตรงข้ามกับคุณก็ดูเนื้อหาอีกชุดหนึ่ง

แล้วนี่จึงเป็นปัญหาให้เกิดความแตกแยกทางสังคม เพราะ Algorithm ที่มันป้อนให้กับพวกเราไม่สามารถนำเสนออะไรที่แบบทั้งสองฝ่ายได้

เด็กที่คิดว่าตัวเองเป็นโรคทางจิตหรือมีพฤติกรรมแบบใด เมือค้นหาข้อมูลเหล่านั้น เค้าก็จะคิดว่าเค้าเป็นแบบนั้น ทั้งๆ ที่เด็กอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้

6. Engagement, Growth & Monetary (Advertising)

มูลค่าโฆษณาออนไลน์เป็นเม็ดเงินมหาศาลที่ผู้ให้บริการกระโจนเข้าด้วยการสร้างจำนวนผู้ใช้จำนวนมากและให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมมากขึ้น มีการแบ่งกลยุทธ์เป็น 3 ส่วน คือ

Engagement – การมีส่วนร่วม เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ เช่น Like, Share, Comment, Post เป็นต้น ยิ่งมีส่วนร่วมมากเท่าไร ผู้ให้บริการก็จะรู้จักผู้ใช้งานมากขึ้น

Growth – การเติบโต เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน ตั้งแต่การให้คุณกลับมาใช้บ่อยๆ การเชื้อเชิญเพื่อน เป็นต้น

Monetary (Advertising) – รายได้ เป็นการวัดรายได้ที่ได้จากผู้ใช้ ในภาพยนตร์นี้จะเน้นที่รายได้จากโฆษณาเป็นหลัก เราสามารถวัดที่รายได้รวม รายได้ต่อผู้ใช้งาน เป็นต้น

ในแง่ธุรกิจและการตลาด ผมแนะนำให้คุณมีผู้รับผิดชอบแต่ละส่วนแยกกันไปเลยครับ เช่น Head of Engement, Head of Growth และ Head of Advertising เป็นต้น

โดยสรุป ผมก็อยากให้ทุกคนหาโอกาสชม The Social Dilemma ตามชื่อเรื่อง มันคือทางสองแพร่ง ที่สื่อสังคมออนไลน์มีทั้งข้อดีและภัยอันตรา อย่างน้อยเราจะเข้าใจมันและป้องกันไม่ให้เกิดกับครอบครัวของเราได้

ร้าน Yeast Rustic Pizza ร้านอิตาเลียนไซส์เล็ก

Yeast Rustic Pizza

เกือบทุกอาทิตย์จะขับรถผ่านถนนรามคำแหง 24 หลัง The Nine พระรามเก้า แต่ก็ไม่เคยสังเกตว่ามีร้านอาหารอิตาเลียนอยู่ในซอยนี้เลย จนเห็นเพื่อนไปทานร้านนี้ เห็นรูปใน IG แล้วน่ากินมากๆ นักกินอย่างเราจะพลาดได้อย่างไร จริงมั้ย 🙂

ร้าน Yeast Rustic Pizza เป็นร้านอิตาเลียนไซส์เล็ก มีแค่ 2 โต๊ะในร้านและอีกหนึ่งโต๊ะนอกร้าน ร้านตกแต่งได้เรียบง่าย น่ารักมาก เมือเดินเข้ามาในร้านก็เห็นเชฟภาสกำลังทำพิซซ่าอยู่ เชฟภาสกลับมาจาก Auckland นิวซีแลนด์ มาทำงานในร้านอาหารแถวถนนพระอาทิตย์ จากนั้นถึงมาเปิดร้าน Yeast Rustic Pizza ที่ตั้งอยู่แถวบ้าน

ร้าน Yeast Rustic Pizza มีพิซซ่า พาสต้า สเต็กและซุปที่อร่อยมาก อ๋อ ของหวานนำเข้าจากนิวซีแลนด์ด้วย เรียกว่าร้านไซส์เล็ก แต่เมนูครบถ้วนแบบร้านไซส์ใหญ่เลย

เราได้สั่งพิซซ่า Parma Ham Pizza ขนาดใหญ่ อร่อยสมกับที่รอคอยจริง และก็ได้ลองพิซซ่า Diavola Pizza ทีมี Mozzarella, Salami, Black Olive และพริก อาจจะไม่ใช่เมูยอดฮิต แต่บอกได้เลยว่าอร่อยครับ เมนูนี้จะมีรสชาติเผ็ดนิส น่าจะถูกปากคนไทยนะ

Parma Ham Pizza
Diavola Pizza

จากนั้นตามด้วยซุปเห็ดเกาลัด Mushroom Chestnut Soup ที่ปกติจะเจอแต่ซุปเห็ด แต่นี่มาแปลกมีเพิ่มเกาลัดด้วย ซึ่งเข้ากันได้ดีมาก ทำให้ซุปมีความนัว หอมอร่อยครับ

ซุปเห็ดเกาลัด Mushroom Chestnut Soup

เมนูพาสต้า Tagliatelle Truffle Cream Sauce ก็เป็นอีกเมนูที่ได้ลอง เส้นพาสต้าที่นุ่มกำลังไม่แข็งและนิ่มเกิน กลิ่นหอมเห็ด Truffle เข้ากับครีมซอส หอมเข้าจมูกจริงๆ ก็เป็นอีกเมนูที่แนะนำครับ

พาสต้า Tagliatelle Truffle Cream Sauce

ถือเป็นร้านอิตาเลียนอีกร้านที่ขอแนะนำครับ

Facebook Page https://www.facebook.com/yeastbkk/

Kinn Bake โดนัท ร้านเล็ก แต่อร่อยใหญ่

โดนัท Kinn Bake

ขับรถผ่านซอยสาทร ซอย 8 (ซอย พิพัฒน์ 1) บ่อยๆ แล้วเห็นมีก่อสร้างร้านเล็กๆ ข้างทาง คิดในใจว่า วิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ยังจะมีใครกล้าเปิดร้านอีกเหรอ

สักพัก มันก็กลายเป็นร้านขายโดนัทที่ดูภายนอกน่ารัก น่าแวะจริงๆ

วันนี้พกกล้องฟิล์ม Olympus 35 DC เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เลยหาโอกาสแวะร้านนี้ซะเลย

ร้าน Kinn Bake มีขนาดไซส์เล็กจริงๆ มีโต๊ะนั่งสำหรับคนสองคนเพียง 2 โต๊ะ ลองสั่งโดนัท Chocolate Godiva กับ Almond Cream Cheese Donut บอกได้เลยว่าอร่อยมาก โดนัทนุ่ม ละมุนจริงๆ ไม่หวานเกินโดนัทของร้านดังอื่นๆ เลย กินกับกาแฟร้อนเข้ากันมากๆ

นอกจาก 2 รสนั้นแล้ว ยังมี รส Original, Hokkaido Milk, Green Tea, Sweet Poatato และ Salted Egg ไม่สามารถลองได้นะ อิ่มซะก่อน ไว้โอกสาหน้าเนอะ

นอกจากโดนัทแล้ว ร้านยังมีกาแฟสดแบบ Nespesso และชาเขียว Matcha ด้วยนะ

FB Page : https://www.facebook.com/kinnbake/

Kenn’s Coffee & Croissant ร้านครัวซองต์คนเมือง

Kenn's Coffee & Croissant

ใครมีโอกาสมาเดินซอยตลาดฮ่องกง หรือ ซอยสาทร7 อย่าพลาดแวะทานครัวซองต์รสชาติฝรั่งเศสของร้าน Kenn’s Coffee & Croissant นะ

ชื่อ Kenn นี้มาอย่างไรคงเดาไม่ยาก คงได้มาจากชื่อของคุณป๊อบ-นาเคนทร์ วงศ์วสุ ที่เป็นหนึ่งในเจ้าของร้าน ที่ตัดสินใจเปิดร้านเล็กๆ ขายเฉพาะครัวซองต์และกาแฟเท่านั้น

ครัวซองต์ที่ร้านจะกรอบนอกกำลังดี แป้งโดมีความเป็นชั้นๆ หอมกลิ่นเนยให้นึกถึงบรรยากาศในฝรั่งเศสเลยทีเดียว ครัวซองต์ที่นี่น่าจะสดทุกวัน ถ้ามาสาย ก็อาจจะพลาดครัวซองต์ได้

ผมมีโอกาสได้ทานครัวซองต์ธรรมดา (Plain Croissant) กับ ครัวซองต์อัลมอนต์ (Almond Croissant) ที่ทำจากถั่วอัลมอนด์กลิ่นนัตตี้และมีน้ำตาลไอซิ่ง ทั้งคู่เหมาะกับการทานคู่กับกาแฟที่ร้านมาก

บรรยากาศในร้านก็เรียบหรู มีโต๊ะนั่งในร้านพอสมควร นั่งชิลได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าอยากจะนั่งจิบกาแฟมองคนทำงานเดินไปเดินมา ก็เลือกนั่งที่หน้าร้านได้นะ

FB Page: https://www.facebook.com/kennssathorn/

ปั่นชิลศาลายา กับทริป Intania Chula Cycling ครั้งที่ 10 ปั่นแห่เสื้อ

ปั่นจักรยาน ศาลายา

” ปั่นจักรยานให้สนุกก็ต้องปั่นกันเป็นกลุ่มนะ “

คำพูดนี้เป็นจริงเสมอนะ แต่จะให้สนุกและสุขยิ่งขึ้นก็ต้องปั่นกับกลุ่มที่รู้จักกัน เฮฮากันได้นะ วันนี้ (13 ก.ย. 2563) สนุกมากๆ กับทริปปั่น Intania ครั้งที่ 10 ปั่นแห่เสื้อใหม่ พี่น้องอินทาเนีย หรือ วิศวฯ จุฬา มากันเกือบ 50 คน ทั้งขาแรง ขาอ่อน ขาใหม่ มีรุ่นพี่ที่อายุมากสุดก็ 73 ปี มีรุ่นน้องที่อายุน้อยสุดก็ 32 ปี… แต่ยังมีลูกของเพื่อนอีก อายุแค่ 12 ปี มาปั่นร่วมด้วย คงไม่ต้องบอกนะว่าทริปแบบนี้จะชิลแค่ไหน

ออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ขับรถเห็นท้องฟ้าครื้มๆ ท่าทางฝนจะตกแน่ๆ

พวกเราล้อหมุน 7 โมงเช้า เริ่มจากที่ลานจอดรถศาลายาลิงค์ https://goo.gl/maps/NxR848H1ScBCTc9p7 หลังจากถ่ายรูปหมู่เสร็จก็ออกตัวกันเลย กลัวจะร้อน 555

แวะจุดต่างๆ นี้ถ่ายรูปที่ After the Rain Coffee & Gallery (FB: https://www.facebook.com/aftertherainshop/)

ไฮไลท์ของร้านนี้คือคาเฟ่ในสวน นั่งดื่มขนม ชากาแฟได้ชิลมาก อย่าลืมแวะไปถ่ายรูปกับชิงช้าด้วยนะ

DCIM\107GOPRO\GOPR1348.JPG

แผนที่ของร้าน After the Rain Coffee & Gallery https://goo.gl/maps/e2crASH9TVd6MAP67

จากนั้นก็ปั่นต่อไปยังสะพานแรก สะพานทรงคนองรัฐประชาสามัคคี (https://goo.gl/maps/xFtDFFmu4WqZpzrw9) สะพานที่ไม่ชันเท่าไรแต่ได้วิวของแม่น้ำท่าจีน สวยงามมากในยามเช้า อย่าลืม… ถ่ายรูปหมู่กันที่นี่นะ

ปั่นต่อไปบ้านสวนโฮมสเตย์ Floating Space By On The Boat Cafe & Co. (FB: https://www.facebook.com/FloatingSpaceCafe) ร้านยังไม่เปิด ก็ได้ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันไปนะ ไฮไลท์ก็ถ่ายรูปกับแม่น้ำท่าจีน แล้วให้ตากล้องขึ้นไปชั้นสองด้วยนะ จะได้รูปมุมสูงที่สวยงาม น้องๆ โครนเลย

DCIM\107GOPRO\GOPR1392.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1403.JPG

ปั่นและแวะถ่ายรูปริมทาง นี่ก็ 9 โมงเช้าแล้ว ร้านที่จะจุดต่อไปเริ่มเปิดแล้ว เราก็ปั่นกินน้ำและขนม ที่ MADi Cafe and Bistro (https://goo.gl/maps/pYJWVjbWdkQ7aLjB7) ที่นี่จะมีขนม Homemade เช่น ขนมถ้วยฟักทอง ที่อร่อยมาก มีน้ำผลไม้โกจิเบอรรี่ที่เข้าได้ทีกับขนมเลย

DCIM\107GOPRO\GOPR1418.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1421.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1420.JPG

อย่าลืม เดินลึกเข้าไปริมน้ำและถ่ายรูปนะ

DCIM\107GOPRO\GOPR1433.JPG

ปั่นไปอีกนิดก็ถึงสวนร่มรื่น ชุมชนคุณธรรมฯ ต้นแบบ เทศบาลเมืองไร่ขิง (เกาะลัดอีแท่น) จุดที่ 6 ไร่แสนรักษ์ แผนที่ https://goo.gl/maps/Ss3dBbzzQ5jYoUKg8

DCIM\107GOPRO\GOPR1450.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1465.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1464.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1463.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1462.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1460.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1451.JPG

กินขนมเสร็จก็ปั่นย่อยนิดไปถึงร้าน RIVA Floating Cafe (FB: https://www.facebook.com/RIVAfloatingcafe) เป็นอีกร้านหนึ่งที่นักปั่นไม่ควรพลาดนะ ร้านนี้ไฮไลท์ก็มีกาแฟที่หอมละมุน ขนมที่อร่อย ได้ลองข้าวหลามก็อร่อยนะ แต่แอบแพงนิด กระบอกละ 60 บาท 🙁 แต่ถือว่านานๆ กินทีละกัน พวกเรานั่งเมาท์กันนานเลย เกือบ 30 นาทีได้

DCIM\107GOPRO\GOPR1478.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1480.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1528.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1487.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1518.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1517.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1515.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1521.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1525.JPG

แผนที่ของ RIVA Floating Cafe https://g.page/RIVAfloatingcafe?share

จากแผนเดิมที่จะต้องปั่นไป จปร. คงต้องยกเลิกนะ เดี๋ยวกลับไปทานเที่ยงไม่ทัน เลยแวะมาที่สะพานวัดไทยาวาส (https://goo.gl/maps/97XiRx6YAx4Gk2vV9) ปั่นขึ้นมาชมวิวแม่น้ำท่าจีนอีกครั้ง ก่อนจะปั่นกลับ ไฮไลท์คือถ่ายรูปจากวัดไทยาวาสมากลุ่มที่สะพานนะ จะได้ภาพจากมุมล่างที่สวยงามทีเดียว

DCIM\107GOPRO\GOPR1537.JPG

จากนั้นก็ปั่นกลับ พวกเราปั่นกันมาตามเป้าหมายจริงๆ ด้วย คือความเร็วต่ำกว่า AV 20 กม/ชม. ไม่น่าเชื่อเลย แต่นักปั่นขาแรงขอสปรินท์กลับ ที่ถนนตรงเส้น 4006 เริ่มที่ความเร็ว AV 45 กม/ชม. อย่างต่ำ ปั่นทำความเร็วได้ดีจริงๆ จากความเร็วต่ำกว่า AV 20 มาจบที่ AV 22 กม/ชม. จนได้

ส่วนพี่ๆ อาวุโสและขาไม่แรงก็ตามกันทีหลังเรื่อยๆ

มาทานเที่ยงกันที่ Music Square ศาลายา (https://goo.gl/maps/fH9K2a6NEYgzTaiNA) ร้านนี้มีอาหารที่อร่อย หลากหลาย บรรยากาศดีมากๆ ใครที่ชอบถ่ายรูปก็เตรียมกล้องถ่ายรูปไปได้เลยนะครับ

DCIM\107GOPRO\GOPR1564.JPG
DCIM\107GOPRO\GOPR1567.JPG

ผลประกอบการของทริปนี้คือ จบที่ระยะทาง 45 กม ความเร็ว AV 22 แต่คนส่วนใหญ่ AV น่าจะต่ำกว่า 20 นะ ถือว่าได้ตามเป้าหมายจริงๆ 555 วันนี้อากาศดีทั้งวันด้วย ทำให้ปั่นสนุกเฮฮากันตลอด

แล้วเจอกันทริปหน้านะครับ

คลิปของทริป Intania Chula Cycling Club ครั้งที่ 10 ปั่นแห่เสื้อ

เส้นทางปั่น

Wolf Croissanterie ครัวซองท์เริ่ดต้องที่นี่

Wolf Croissanteries

สายครัวซองท์ต้องไม่พลาดร้าน Wolf Croissanterie แต่สาขาที่ผมไปลองมาคือที่ห้องสมุด Neilson Hays Library ถนนสุรวงศ์ที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่ถึงเดือนครับ

ห้องสมุด Neilson Hays Library ถนนสุรวงศ์

ร้าน Wolf Croissanterie ที่นี่ไม่ใช่สาขาแรกนะครับ เดิมอยู่ที่โรงหนังลิโด้ ตอนนี้ก็ปิดไปแล้ว กับอีกสาขาหนึ่งก็ที่ลาดพร้าว รับเฉพาะสั่งกลับทานบ้านเท่านั้น

สาขานี้น่าจะเป็นที่เดียว ณ ตอนนี้ ที่นั่งทานได้ พร้อมกาแฟ ชา และโกโก้ครับ

ร้าน Wolf Croissanterie

ผมอยู่แถวนี้มาสิบกว่าปี เห็นร้านกาแฟตรงนี้เปลี่ยนมาหลายร้านแล้ว ถือว่าเป็นแดนปราบเซียนเลยทีเดียว ผมก็หวังลึกๆ อยากให้ร้าน Wolf Croissanterie ประสบความสำเร็จและอยู่ที่นี่นานๆ

ห้องสมุด Neilson Hays Library ถนนสุรวงศ์
ร้าน Wolf Croissanterie

ร้าน Wolf Croissanterie เป็นผู้เชี่ยวชาญในครัวซองท์ตัวจริง เค้าว่าร้านใช้เวลาทำครัวซองท์นานกว่า 3 วัน ตั้งแต่นวดแป้งโดว์จนได้อบแล้วได้ครัวซองท์ให้เราทาน ขายแบบวันต่อวันกันเลย จึงมั่นใจในคุณภาพความอร่อยได้เลย

เมนูของครัวซองท์ก็เยอะจริงๆ น่าจะมากที่สุดร้านหนึ่งเลยนะ มีไรบ้าง

AOP Butter Croisant, Honey Glazed Croissant, Chocolate Croissant, Salted Egg Croissant, Lemoncheese Croissant, Almond Croissant, Blueberry Cheesepie Croissant, Coffee Caramel Macademia Croissant, Double Hamcheese Croissant, Spinach Croissant, BBQ Puuled Pork Croissant, Truffle Double Cheese Croissant, Smoked Salmon Croissant และ Crispy Croissant

วันนี้ได้ลอง Truffle Double Cheese Croissant กับ Smoked Salmon Croissant ก็อร่อยตามที่เลื่องลือครับ

Truffle Double Cheese Croissant
Truffle Double Cheese Croissant
Smoked Salmon Croissant
Smoked Salmon Croissant

นอกจากครัวซองท์แล้ว กาแฟดำที่นี่ก็หอมอร่อยใช้ได้ครับ โกโก้ หรือ Chocholate ก็อร่อยเข้มข้นไม่แพ้ความอร่อยของครัวซองท์เช่นกัน

บรรยากาศในร้านจะโล่งสบาย นั่งคุยและทำงานได้สบายมากๆ เดิมห้องนี้เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปะ เค้าโครงก็ยังมีกลิ่นไอของศิลปะอยู่บ้าง

ร้านอยู่ติดกับห้องสมุด Neilson Hays Library ก็สามารถแวะไปอ่านหนังสือได้นะครับ หรือจะมาถ่ายรูปก็ได้ ก็จะได้อาคารศิลปะอังกฤษที่สวยไม่ธรรดาครับ

ใครสนใจก็ติดตาม FB นะครับ เพราะมีแนะนำเมนูใหม่ๆ และก็ประกาศเมนูหมด ซึ่งอันนี้บ่อยครับ https://www.facebook.com/Wolfcroissanterie

แผนที่ร้านครับ (ที่ตั้งเดียวกับห้องสมุด Neilson Hays Library สุรวงศ์)